We are

“Some people talk green, these people live green!”

5 เรื่องต้องระวัง เพราะคุณอาจกำลังทำลายสิ่งแวดล้อมขณะท่องเที่ยว

นอกจากเทรนด์อาหารคลีนแล้วนั้น รู้ไหมว่ายุคนี้เทรนด์ “เที่ยวคลีน” กำลังมาแรง ซึ่งการเที่ยวคลีน หรือการท่องเที่ยวแบบไม่ทำลายสถานที่ สิ่งแวดล้อมนั้น คือการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ภาครัฐกำลังรณรงค์กันให้เกิดเป็นกระแสโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับมูลธิต่าง ๆ

เป้าหมายคือเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้การท่องเที่ยวเป็นไปโดยไร้ขยะ ปราศจากมลพิษ ลดภาระให้สิ่งแวดล้อม

จึงเห็นได้ว่าการเที่ยวแบบคลีน เป็นเทรนด์ที่ดีมาก ๆ หากทุกคนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในประเทศไทย หรือต่างประเทศ สิ่งแวดล้อมของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะในธรรมชาติ จะต้องยั่งยืน คงอยู่ อย่างสมบูรณ์ไปอีกนานเท่านาน
เพื่อคงไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ให้คนรุ่นลูกหลานของเราสืบไป

ว่าแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกันกับเทรนด์การเที่ยวคลีน บทความของเราในวันนี้ ขอนำเสนอ 5 เรื่องต้องระวัง เพราะคุณอาจกำลังทำลายสิ่งแวดล้อมขณะท่องเที่ยว มาฝากไว้แก่ทุกท่านค่ะ 

1.เที่ยวแบบไม่ได้วางแผน

หลาย ๆ คนชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า อยากไปไหนก็คว้ากระเป๋าไปเลย ไม่เตรียมของไปมากมาย ไม่มีแผนการเดินทาง

จริงอยู่ค่ะ การเที่ยวแบบนี้อาจดูน่าตื่นตาตื่นใจ ถูกใจวัยรุ่น แต่อย่างไรก็ดี การเที่ยวแบบฉุกละหุกเช่นนี้อาจเป็นรูปแบบของการเที่ยวที่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เพราะการเที่ยวแบบไร้แผน จะทำให้คุณไม่ได้มีโอกาสเตรียมแผนที่การเดินทาง นำไปสู่การเดินทางวกวน หลงทาง เปลืองน้ำมัน และพลังงานกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ การไม่ได้วางแผนจัดกระเป๋า หลาย ๆ คนนำข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า อุปกรณ์ไปแบบไม่พอที่ต้องจบลงด้วยการหาซื้อใหม่ หรือใช้ข้าวของที่เป็นประเภทใช้แล้วทิ้ง สร้างขยะ เปลืองสตางค์ หรืออาจเป็นการขนข้าวของไปมากเกินจำเป็น นำไปสู่การสิ้นเปลืองด้านการขนส่งสัมภาระ หรือบางคนอาจต้องตัดใจทิ้งข้าวของเครื่องใช้บางส่วนที่นำมา เพราะน้ำหนักเยอะเกินไป หรือเปลืองพื้นที่

ดังนั้น การเที่ยวเพื่อให้สอดคล้องกับการเทรนด์การเที่ยวคลีน ก่อนเที่ยวต้องวางแผน กำหนดเส้นทาง เพื่อให้ไม่เปลืองพลังงานและนำข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการท่องเที่ยวไปเอง เพื่อลดภาระการหาซื้อใหม่ หรือต้องเลือกใช้ประเภทใช้แล้วทิ้ง เช่น หากไปเดินป่าขึ้นเขา แทนที่จะหาซื้อถ้วย จานพลาสติก คุณอาจติดอุปกรณ์ส่วนตัวจากบ้านไปเองได้ เมื่อใช้เสร็จก็ล้างเก็บ นำกลับบ้านไม่สร้างปัญหาขยะให้อุทยานได้ค่ะ

2.เที่ยวแบบต่างคนต่างไป

อาจจะได้ประโยชน์เรื่องความสะดวก ไม่ต้องเรื่องเยอะถ้าคนเยอะ แต่การไปเที่ยวแบบต่างคนต่างไป ไปนัดเจอกันที่จุดหมายปลายทาง หรือเลือกทัวร์แบบ private trip นำพามาซึ่งการเปลืองพลังงานและทรัพยากรและสร้างขยะเกินความจำเป็น

การท่องเที่ยวแบบร่วมกันเที่ยว สามารถช่วยแชร์กันได้ในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งการแชร์พลังงาน รถคันเดียวไปกันหลายคน ลดการสร้างมลภาวะ การร่วมกันแชร์อุปกรณ์จำเป็น เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ชุดทำครัว สามารถช่วยลดขยะ และประหยัดไฟ นอกจากนี้ การเที่ยวด้วยกันไปด้วยกัน คุณยังสามารถเลือกเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะเพราะยิ่งไปกันหลายคน ยิ่งช่วยกันเป็นหูเป็นตาได้ จะรู้สึกปลอดภัย ประหยัด และดีต่อสิ่งแวดล้อมกว่าการใช้รถยนต์ส่วนตัว 

3.เที่ยวแบบหาอุปกรณ์เอาข้างหน้า

ไม่ว่าจะไปเดินป่าขึ้นเขา ออกเดินทางปิกนิก หรือท่องเที่ยวน้ำตก เที่ยวทะเล หากไปแบบมุ่งหาอุปกรณ์เอาเบื้องหน้าแล้วนั้น เห็นทีจะเป็นวิถีการเที่ยวที่ไม่สอดคล้องกับเทรนด์การเที่ยวแบบคลีน ถ้าจุดหมายปลายทางมีอุปกรณ์ให้เช่าก็ดีไป แต่หากไม่มีแล้วนั้น โดยเฉพาะพวกข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น จาน ขวดน้ำ ช้อนส้อม หากคุณไม่ได้พกไปเอง อาจต้องหาซื้อหรือใช้แบบพลาสติก เป็นวิธีการสร้างขยะแบบที่หลาย ๆ คนลืมคำนึงถึง ดังนั้นจะดีกว่าไหมคะ หากทุก ๆ คนมีอุปกรณ์ส่วนตัวของตนเอง ซึ่งพกพาง่าย ไม่ยากเลย เช่นช้อนส้อมส่วนตัว หรือขวดน้ำที่พกพาใช้ใหม่ได้ เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถลดการสร้างขยะขณะท่องเที่ยวลงได้มาก

4.เที่ยวแบบ พร็อพ เยอะ

ถ่ายรูปออกมาต้องสวย พร็อพต้องเยอะ แต่คุณอาจกำลังทำลายสิ่งแวดล้อมนะคะ หลาย ๆ คนช็อปปิ้งเสื้อผ้าใหม่ยกเซ็ตเพื่อใช้ท่องเที่ยว รู้ไหมว่ากระบวนการผลิตเสื้อผ้า และเครื่องประดับทั้งหลายล้วนมีส่วนในการทำลายสิ่งแวดล้อม หลาย ๆ คนเลือกซื้อเสื้อผ้าใหม่สำหรับเที่ยวยังไม่พอ ชุดเก่าที่ใช้แล้วสำหรับทริปนี้ ห้ามนำออกไปใช้ในทริปหน้า

พฤติกรรมเหล่านี้นำไปสู่การช็อปปิ้งสิ้นค้าใหม่ ๆ ตลอดเวลา นอกจากนี้ หลายๆ คนอาจพกพร็อพไปเยอะแยะระหว่างเดินทางนำไปสู่ปริมาณสัมภาระที่มากขึ้น ซึ่งหมายถึงการใช้พลังงานที่มากขึ้นไปด้วยนั่นเองค่ะ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์เที่ยวคลีน ทริปหน้าวางแผนดี ๆ สวมเสื้อผ้าที่มีอยู่แล้ว นำสัมภาระไปให้น้อย นอกจากจะสบายตัว ยังมีส่วนช่วยสิ่งแวดล้อม

เที่ยวแบบไม่ได้สัมผัสชุมชน

“ถ้าได้ลองสัมผัสวิถีชุมชน คุณจะเข้าใจเขามากขึ้น” ไปเที่ยวทั้งที จะนอนแต่ในรีสอร์ท หรือเดินในสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นอย่างเดียวคงไม่ได้อะไร เราอยากแนะนำให้คุณลองซื้อทัวร์แบบสัมผัสชีวิตชุมชน เที่ยวเชิงอนุรักษ์ไปกับท้องถิ่น เพื่อได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนในพื้นที่ นอกจากจะได้อุดหนุนชุมชน การเที่ยวแบบใกล้ชิดกับชุมชนยังช่วยให้คุณได้เรียนรู้เรื่องของภูมิปัญญา พูดคุยเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งคุณอาจได้ทั้งเป็นผู้รับเอาแนวความคิดดีๆ เกี่ยวกับการอนุรักษ์กลับมา และคุณเองก็อาจได้แชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่คนในพื้นที่ไปปรับใช้ได้อีกด้วยค่ะ